The Lobster : Love is blind.

23พ.ย.15

lb3

The Lobster เป็นหนังรัก Drama สัญชาติกรีก ที่บทพูดเป็นภาษาอังกฤษผสมฝรั่งเศส
เปิด Trailer มาแบบหนังนอกกระแส ตอกย้ำความอินดี้ด้วยรางวัล Jury Prize จากคานส์

ตอนแรกเข้าไปดูแบบไม่คาดหวังอะไรมาก เพราะคิดว่าหนังคานส์ต้องอารมณ์เอื่อยๆ เนือยๆ
แต่แค่ 15 นาทีแรกก็คิดใหม่เลย เพราะหนังไม่น่าเบื่อเลยยยยยยย
มีทิ้งปริศนาให้อยากรู้ตอนต่อไป แถมยังตลกจิกกัดและมีสัญญลักษณ์ให้คิดได้ตลอดทั้งเรื่อง
เป็น 118 นาทีที่อิ่มเอมมากค่ะท่านผู้ชม  (^.’)b

The Lobster เล่าเรื่องของคุณ David ที่อาศัยอยู่ในเมืองสุดโต่ง กฎของเมืองมีอยู่ว่า

คุณต้องมีคู่.

และเมื่อ David ต้องตกอยู่ในภาวะไร้คู่ หลังเลิกกับเมียที่คบมา 11 ปี
แกจึงต้องเข้ามาทำ Mission ที่ The Hotel

Mission มีอยู่ว่า…ทุกคนที่มาที่นี่มีเวลา 45 วันในการหาคู่ หากพ้น 45 วันแล้วยังเป็นโสด
จะต้องกลายเป็นสัตว์ที่ตัวเองเลือกไปตลอดชีวิต… ซึ่ง David เลือกเป็น Lobster : )

แค่ Plot ก็บอกเลยว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา.. ใครสนใจ >>กด<< ไปดู Trailer ก่อนได้

 

ต่อไปจะเป็นประเด็นที่เราดูแล้วเราชอบมากจากหนัง ซึ่งแน่นอนว่า Spoil หมดเกือบทุก scene
ถ้าไม่อยากเสียอรรถก็ไปดูกันซะก่อนแล้วค่อยมาอ่านนะคะ 🙂

—————————————— SPOIL ALERT ———————————–

 

Lobster สร้างโลก Surreal ขึ้นมาหนึ่งใบ เป็นโลกที่ไม่มีคำว่าตรงกลาง เป็นโลกที่คนจะต้องเลือกว่าจะอยู่ข้างไหน

หนังสื่อประเด็นเรื่องโลกสองฝั่งนี้ให้เราตั้งแต่ต้นผ่านการเลือกรองเท้าของพระเอก
แม้ว่าเท้า David จะฟิตกับรองเท้าเบอร์ 44.5 แต่คุณมีสิทธิ์เลือกแค่เบอร์ 44 หรือ 45
แม้แต่เรื่องเพศ Bisexual ก็ไม่มีอยู่ใน Option คุณต้องเลือกว่าจะมีคู่เป็นหญิงหรือชาย เท่านั้น

และเช่นกัน บนโลกของ ผกก. Yorgos Lathimos
คุณต้องเลือกว่าจะอยู่ฝั่ง มีคู่อย่างวุ่นวาย หรือตายอย่างโดดเดียว…

lb4

โลกฝั่ง Couple ป็นฝั่งที่เราคุ้นเคยกันดี ฝั่งนี้มีความเชื่อว่า
ทุกคนต้องมีคู่ ทุกคนต้องมีความรักและแต่งงาน

ใครที่ไม่มีคู่จะถูกตราหน้าว่าอ่อนด๋อย ด้อยค่า ถ้าเกิน 45 วันแล้วยังด๋อยอยู่
ก็ต้องโดนลงโทษให้กลายเป็นสัตว์ไปตลอดชีวิต

โลกฝั่งนี้คล้ายกับโลกที่เราอยู่..ใครเป็นโสดคงเข้าใจดี

“เมื่อไหร่จะมีแฟน?” “เมื่อไหร่จะแต่งงาน?” “คนอื่นเค้าลูกสองแล้ว”
เป็นประโยคที่สาววัย 20 ปลายขึ้นไปมักพบเจอได้บ่อยตามงานเลี้ยงรุ่นหรืองานรวมญาติ

ใครที่โสดมาหลายๆ ปี จนเลยกฎ 45 วัน ก็ต้องถูกตราหน้าว่า “ไม่มีใครเอา”
โดนตัดสินว่าด้อยค่า ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว คุณค่าของคนหนึ่งคนอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับการการมีคู่
การมีทะเบียนสมรส หรือมีงานแต่งงานใหญ่โต

และเมื่อ David เข้าไปอยู่ในโลกฝั่งนี้ ทุกอย่างจะมีกฎเกณฑ์
ทุกคนต้องใส่เสื้อผ้าเหมือนกัน ต้องเข้าคอร์สล้างสมองว่าการมีคู่นั้นช่างดีแสนดี
ผู้ชายก็มีหญิงสาวคอยดูแล หญิงสาวก็มีชายหนุ่มปกป้อง

เสื้อผ้าเป็นตัวแทนของรูปลักษณ์ เราต้องแต่งตัวดี มีหน้าที่การงานที่ดี
มีการศึกษาที่ดี เพื่อให้ได้คู่ครองที่เหมาะสมกัน
ส่วนคอร์สล้างสมองก็คือค่านิยมการแต่งงานที่ผ่านๆ มาของโลก
เราต่างถูกสอนมาตลอดว่าต้องแต่งงานเพื่อปกป้องดูแลกันและกัน

หนังยังใส่ตลกร้าย ในกรณีที่คู่รักทะเลาะกัน Hotel จะส่งลูกไปให้เป็นโซ่ทองคล้องใจ
ไม่น่าเชื่อว่าค่านิยมทั่วโลก จะคล้ายๆ กันในเรื่องมีลูกเป็นโซ่ทองคล้องความสัมพันธ์
ผกก. แกร้ายจริงงงง

อีกความจริงที่ ผกก.แกใส่มาให้…ความรักเป็นเรื่องแปลก
คนที่ดีเราก็ไม่รัก คนที่จะรักก็ดันไม่ใช่คนดี
อย่างคุณนายบิสกิต แกก็มีเยื่อใยกับพระเอกมาก รักหมาพี่ชาย แบ่งขนมไปให้ ถามไถ่เอาใจใส่
อีตาพระเอกก็ไม่ไยดี กลับไปชอบเจ้โหดไร้หัวใจ หึหึ..ละเป็นไงล่ะ !

lb2

ตัดภาพมาโลกอีกฝั่งหนึ่ง คือ โลกของ Loner
ที่รวมเอาคนโสดนอกรีตมาใช้ชีวิตดิบๆ นอนกลางดินกินกลางป่า

เปรียบได้กับชีวิตคนโสด มันไม่ง่าย ไม่สบาย มีอะไรก็พึ่งตัวเองเป็นหลัก
แม้แต่หลุมศพยังต้องขุดให้ตัวเองเลยค่ะท่านผู้ชม

โลกนี้ก็สุดติ่งกระดิ่งแมว คือใครที่คิดจะอยู่ในหมู่ Loner แล้วละก็
ห้ามคิดจะมีความรักเป็นอันขาด !! ใครฝ่าฝืนก็มีเลือดตกยางออก

หลังจากพระเอกใช้ชีวิตกับเจ๊โหดแล้วพบว่าชีวิตเตียงคู่มันไม่ได้ราบรื่นเหมือนนิยาย Disney
แถมเจ้โหดยังมาฆ่าพี่ชายที่เป็นหมา พระเอกหมดความอดทน..
แกเลยจัดการเมียโหดและหนีออกจากโรงแรมมาอยู่กับแกงค์ Loner

และ ณ ที่นี่เองที่พระเอกได้พบนางเอก หญิงสาวตาสวย และเกิดชอบนางขึ้นมา

ความรักนี่ก็แปลก ทีอยากมีมันไม่มา เวลามีไม่ได้นี่วิ่งเข้ามาจัง เนอะะะ!

ในโลก Lobster ผู้คนรักกันด้วยความเหมือน ขากะเผลกเหมือนกัน , ใจโหดเหมือนกัน ,
เล่นสกีเหมือนกัน , เล่นดนตรีเหมือนกัน , สายตาสั้นเหมือนกัน ฯลฯ
บางคนกลัวการไม่มีคู่ หาความเหมือนกับใครก็ไม่ได้
แต่ก็ยอมเปลี่ยนตัวเอง เพียงเพื่อให้หลุดจากความกดดันของสังคม

อย่างนายขากะเผลก ต้องแกล้งทำให้เลือดกำเดาไหลเหมือนสาวที่เล็ง
เพื่อที่จะได้รอดจากชีวิตโสด

ในโลกความเป็นจริงก็ยังมีคนแบบนั้น คนที่คิดว่าคนเรารักกันได้เพราะความเหมือน 

ต้องไลฟ์สไตล์เหมือนกัน  ชอบดูหนังแนวเดียวกัน  ชอบกินอะไรคล้ายๆ กัน 
เมื่อครั้งจีบกันใหม่ๆ ก็พยายามทำอะไรเหมือนกัน จะได้ประทับใจฝ่ายที่เราไปชอบ

แต่การเสแสร้งนั้นไม่จีรัง เหมือนที่เจ้โหดกล่าวไว้ ความรักไม่อาจอยู่ได้โดยการโกหก”
เมื่อวันนึงความแตก แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับความรัก?

อันที่จริงเราว่าความเหมือนเป็นสิ่งดีที่ทำให้คนสองคนทำความรู้จักกันได้โดยง่าย
ทำให้มีเรื่องพูดคุยกันเมื่อแรกจีบ ..แต่ความรักไม่ได้มั่นคงอยู่กับความเหมือนเสมอไป
การยอมรับในความต่าง และปรับตัวเข้าหากันต่างหากที่ทำให้รักยืนยาว

คือช่วงหลังจากที่พระเอกเริ่มชอบนางเอกนี้เป็นช่วงที่ดีมาก
มันทำให้เห็นว่า ความรักธรรมชาติมักจะเริ่มแบบไหน

มันเริ่มที่คนสองคนมี Activity ร่วมกัน ช่วยเหลือกัน เกิดเป็นความประทับใจ
และแน่นอนว่าการมีอะไรที่คล้ายๆ กัน มันทำให้ conversation เริ่มต้นมันง่าย
อย่างคู่พระนางแกก็สายตาสั้นเหมือนกัน นางเอกถามพระเอกว่าแว่นอันแรกทำจากอะไร
เงี้ยย.. น่ารักกก : )

ความสัมพันธ์พัฒนาไปถึงจุดที่สองคนมีภาษาเป็นของตัวเอง
เรารู้กันอยู่สองคนมุ๊งมิ๊ง..ไอเราก็ดูไปขำไป
แต่จริงๆ จุดนี้คือสิ่งสำคัญของความสัมพันธ์เลยนะ

นั่นก็คือ…คู่รักที่ดีต้องพูดภาษาเดียวกัน
ไม่ใช่ว่าต้องพูดมุ๊งมิ้ง หรือคิดท่าทางแปลกๆ
แต่ในที่นี้คือการเปรียบเปรยว่า เราต้องสื่อสารกันเข้าใจ 

ใครไม่เข้าใจเราก็ช่างแต่เราต้องเข้าใจกัน
เพราะความเข้าใจเป็นรากฐานของความสัมพันธ์ที่ดี : )

 

Scene คู่ ที่จำได้แม่นอีกอัน คือตอนที่พระเอกนางเอกมี Mission เข้าเมืองด้วยกัน
แล้วต้องรีบเดินกลับเข้าไปสมทบกับกลุ่ม

พระเอกถามว่าตัวเองเดินช้าไปไหม นางเอกตอบว่า “Your pace is OK”
จริงๆ มันเป็น scene ที่บอกสัญญานว่า เอาแหล่ววว จีบกันแล้ววว ได้กันชัวร์

หนังเปรียบชีวิตคู่เหมือนการเดินเคียงข้างกัน
คู่ที่ดีต้องเดินไปพร้อมๆ กัน ไม้ช้าไป ไม่เร็วไป
และการที่จะเดินไปพร้อมๆ กันได้ เราจำเป็นต้องสังเกตกันและกัน
และถ้าไม่แน่ใจ..ให้ถาม

บางคู่เดินกันไปต่างคนต่างเดิน..ไม่ถามกัน คนนึงช้า คนนึงเร็ว
สุดท้ายไม่เข้าใจกัน และต้องแยกทางกันเดินในที่สุด
อันนี้ก็โทษใครไม่ได้นะคะ…คู่ใครก็เช็ค Pace กันเองเนอะ 🙂

 

“We need to synchronize” อีก Scene น่ารัก
ตอนที่สองคนพยายาม Sync เพลงในเครื่องเล่น 2 เครื่องให้เล่นพร้อมกัน
การใช้ชีวิตคู่เหมือนการฟังเพลงเดียวกันจากเครื่องเล่นสองเครื่อง
มันต้องมีเวลาที่เราฟังเพลงของตัวเอง ทำกิจกรรมของเราเอง ทำสิ่งที่เราชอบ
และต้องมีเวลาที่เราฟังเพลงด้วยกัน ใช้เวลาร่วมกัน ทำกิจกรรมเข้าจังหวะ (เต้นน่ะ!)
ถ้าไม่อยากยุ่งยากในการเปลี่ยนหูฟัง เราก็ต้องมา Sync จังหวะร่วมกันให้ลงตัว
เอาจริงๆ มันก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แต่นับ 5 4 3 2 1 แล้วก็ Play 🙂

 

รักแท้ย่อมมีอุปสรรค หลังจากที่ความรักงอกงามโตไว อุปสรรคก็เข้ามาทดสอบทันที
ความรักของสองพระนางดันไปเข้าหูหัวหน้าแกงค์ Loner เจ้ Lea จอมโหด
เจ้แกก็ไม่รอช้ารีบทำลายความรักของสองคน โดยการทำให้นางเอกตาบอด….

Scene ที่ดี อีก scene นึงก็คือตอนที่นางเอกบอกความจริงกับพระเอก..
“ไม่มีประโยชน์ที่จะปิดบัง ถึงวันนึงคุณก็ต้องรู้ความจริงอยู่ดี”

ความซื่อสัตย์และจริงใจทำให้ความสัมพันธ์ยืนยาว
ถ้าวันนั้นนางเอกเลือกที่จะโกหก แกล้งทำเป็นมองเห็น ความรักก็อาจจบลงตรงนั้น

และพระเอกก็เป็นคนใจกว้างพอที่จะไม่เอาข้อเสียเดียวมาทำลายความสัมพันธ์ในทันที
คุณชายพยายามหาความเหมือนอื่น ไม่ว่าจะเป็นกรุ๊ปเลือด ผลไม้ที่ชอบ
ถึงไม่สำเร็จแต่ก็ยังไม่ล้มเลิก
ถึงแม้จะยังหาอะไรที่เหมือนกันไม่เจอ แต่ทั้งสองคนก็ตัดสินใจให้รักนำทางไปอยู่ด้วยกันในเมือง

lb1

บทสรุปสุดท้าย ชอบมากที่หนังทิ้งไว้ให้คนดูได้มโนต่อนิดนึง ระหว่าง…

พระเอกจะเลือกตาบอดเพราะความรัก (ยอมผกก. ใช้สัญลักษณ์โคตรเจ๋งเลย)

หรือ พระเอกจะทำใจทำร้ายตัวเองไม่ได้แล้วทิ้งนางเอกไป

หรือ พระเอกจะคิดได้ว่าจริงๆ แล้วเราไม่ต้องเหมือนกันก็รักกันได้
และครองคู่กับนางเอกอย่างมีความสุข.

ชอบตรงที่หนังไม่ด่วนสรุป และทิ้งประเด็นให้เราได้ถกกันพอสวยงามตามท้องเรื่อง

 

อันที่จริงแล้ว The Lobster ไม่ใช่หนังสำหรับคนโสด และไม่ใช่หนังสำหรับคนมีคู่

มันคือหนังที่ให้ข้อคิดเรื่องชีวิตคู่และชีวิตโสดสำหรับทุกคนบนโลก.

 

 

 

Reference – สิ่งที่น่าสนใจ

Credit Photo : The Guardian , http://collider.com/

20 ข้อที่ได้จาก The Lobster ทั้งจุก ทั้งจิต ทั้งจริง – เจ้าหญิงแก้มป๊องป่อง 

The Lobster/โสด เหงา เป็นลอบสเตอร์ – Expensivemovie 

เขียนถึง The Lobster เท่าที่นึกได้ครับ – นายแอปเปิ้ล (อันนี้มุมไม่ซ้ำ ชอบบ)

รีวิวหนังเรื่อง Lobster รักแท้ไม่มีจริงหรอก – Movies Stalker 

Wikpedis -The Lobster

IMDb – The Lobster (2015)

 

Advertisements


2 Responses to “The Lobster : Love is blind.”

  1. ป้าแอน เราไม่เข้าใจฉากแรก ที่ผญขับรถไปยิงม้า ป้าแอนว่ามันแปลว่าอะไร

    • เรานึกไม่ออกเหมือนกัน แต่เพื่อนบอกมา เข้าใจว่าน่าจะเป็นคู่ที่เคยอยู่ด้วยกัน แต่น่าจะจบไม่ดี เลยตามมายิงทิ้ง. (เครดิต บูมรัชกาล)


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: