The Song of Sparrows : นกกระจอกเทศที่หายไป

23มี.ค.09

sparrow-keyart1

ชีวิตนี้เกิดมาก็เพิ่งเคยดูหนังอิหร่านสามเรื่อง
เรื่องแรก คือ The Mirror มีโอกาสได้ดูในคาบเรียนวิชา film
(ซึ่งดูแล้วก็งงๆ ว่าหนังมันต้องการอะไร)

เรื่องที่สองเป็นหนังการ์ตูนเรื่อง Persepolis ซึ่งที่ดูไปก็ไม่ใช่ภาษาอิหร่าน -_-”
นำเสนอดี แต่ก็ยังไม่ชอบ

เรื่องสุดท้ายที่เพิ่งดูไปก็เรื่อง The Song of Sparrows
ทำให้พลิกประสบการณ์หนังอิหร่านไปเลย

The Song of Sparrows (ชื่อภาษาอิหร่านแปลว่าอะไรไม่รู้ อ่านไม่ออก)
เป็นเรื่องของชายคนนึงชื่อ การิม
การิมเป็นลูกจ้างในฟาร์มนกกระจอกเทศ มีครอบครัวน่ารัก ๆ คือ ภรรยา แล้วก็ลูกสามคน
เหตุการณ์มันพลิกผัน (จนทำให้มีเรื่องมาทำหนัง) ก็ตรงที่วันนึงการิมดันทำผิดพลาดซักอย่าง
ทำให้นกกระจอกเทศตื่นกลัวจนวิ่งหนีหายไปตัวนึง เค้าเลยต้องถูกไล่ออกจากงาน
นั่นทำให้เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของการิมที่ต้องไปเจออะไรอีกมากมายในเมืองใหญ่

หนังเรื่องนี้ดูเนื้อเรื่องแล้วไม่มีอะไรหวือหวา (ซึ่งจริง ๆ เป็นแบบที่เราชอบ) เรื่องเรียบง่าย
แต่ที่ชอบมาก ๆ ก็เห็นจะเป็น ฉากที่ใช้ถ่ายทำ ดูเรื่องนี้แล้วสบายตาบอกไม่ถูก
(ชอบทุ่งหญ้าหน้าบ้านการิมมาก เขียวได้ใจ)
แล้วก็อีกหลาย ๆ ฉากที่นำเสนอภาพออกมาได้ดีมาก คือดูแล้วทั้งสวยและอินกับเรื่อง
โดยเฉพาะฉาก……กับฉาก……………(ต้องไปดูเอง ไม่อยากเล่าเยอะ)

***หลังจากนี้อาจจะมีเปิดเผยเนื้อหาบางส่วน ถ้าอยากดูแบบมีอรรถรส อย่าอ่านเลย : ) ***

 

ส่วนแง่มุมที่หนังนำเสนอระหว่างความแตกต่างของชนบทกับเมือง มันแปลกจากเรื่องอื่นๆ
แม้ว่าหนังจะนำเสนอภาพชนบท และเมือง ที่แตกต่าง (ทุ่งหญ้า ภูเขา กับ ตึกสูงระฟ้า)
แต่หนังกลับไม่ได้บอกว่าการใช้ชีวิตระหว่างเมืองกับชนบทอะไรดีกว่ากัน
หนังไม่ได้บีบบังคับให้เราลุ้นให้ตัวเอกกลับมาบ้าน(ชนบท) เลิกทำงานในเมืองซะ
ตรงกันข้าม หนังกลับให้กำลังใจเราในการเชียร์ให้การิมตั้งใจหาเงินต่อไป (สู้ๆ)
ในขณะที่การทำงานในเมืองทำให้การิมเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างไป
แต่ในมุมมองเรากลับเห็นว่าเค้าก็ยังมีความคิดเหมือนเดิม (หรือเราเป็นคนเมืองมากไปก็ไม่รู้)

ในอีกส่วนหนึ่งที่หนังตั้งใจหรือไม่ตั้งใจแสดงให้ผู้ชมเห็นก็ไม่รู้เหมือนกัน
(แต่เรากลับชอบส่วนนี้มากกว่าส่วนอื่น ๆ)
ก็คือเรื่องของลูกชายคนเล็กของการิม ที่ชื่อ ฮุสเซน
เรื่องของฮุสเซนกับเพื่อน ๆ ทำให้เราคิดถึงวัยเด็ก วัยที่ความฝันมีค่ากว่าอนาคต 
วัยที่ความสนุกสำคัญกว่าความถูกต้อง วัยที่ความทุกข์จางหายได้เร็วกว่ากลิ่นตด
และยิ่งทำให้เราเห็นชัดว่า ความฝันเป็นแรงผลักดันที่สำคัญที่สุดในการไปถึงจุดหมาย
ในขณะที่เด็ก ๆ พบความผิดหวัง แต่ไม่นานเค้าก็พร้อมจะยิ้มเพื่อสร้างฝันใหม่อีกครั้ง
(แหม มันน่าประทับใจจริงๆ)

อีกหลายประเด็นที่หนังพูดถึง ทั้งตรงๆ หรือโดยอ้อมก็แล้วแต่ ให้หยิบมาพูดคงไม่หมด
อีกทั้งสัญลักษณ์เยอะแยะมากมายที่หนังแอบแฝงความหมายที่แท้จริงไว้ 
แม้ว่าเราจะผ่านการเรียน film มาแล้ว 1 คอร์ส ก็ไม่สามารถตีความได้หมด
(ก็เดาไปบ้างอะไรบ้าง หัวมันยังไม่ศิลปินขนาดนั้น) ใครตีความออกก็มาบอกกันบ้าง
แต่โดยรวมแล้วชอบหนังเรื่องนี้มาก มากที่สุดในรอบเดือน (เดือนนี้ดูหนังเยอะจริง ๆ )

หนังเรื่องนี้คงเป็นหนังที่เรานิยามได้ว่า “less is more”
เรียบง่ายในการนำเสนอ แต่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึก

ขอปรบมือให้ดัง ๆ

Advertisements


3 Responses to “The Song of Sparrows : นกกระจอกเทศที่หายไป”

  1. เห็นไหมแอนเราบอกแล้วว่าแกไม่ต้องไปโบกกับนิ้วกลม เดี๋ยวแกก็ได้ไปกะจี๊ปแทน จริงๆด้วย ห้าๆๆๆ

  2. 2 jeep4wd

    ไว้ว่างจะดู
    ปิดเทอมเป็นไงบ้าง? ได้ไปงานหนังสือกับเค้าไหม?
    กลับไปไทย อยากนั่งรถไฟไปลาวหว่ะ ไปด้วยไหม?
    ป.ล. เข้ามาบ่นๆอะไรให้ฟังบ้างบ่อย อย่าหายไป

  3. แวะมาหาเพราะว่าคิดถึง

    อยากดูฉากทุ่งหญ้าเขียวๆบ้าง แกหลงรักขนาดนี้ไม่ดูไม่ได้แล้ว

    นี่แกดู Borat ยัง ขำตกเก้าอี้

    ดู Heroes ด้วยนะอย่าลืม 555


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: