Archive for พฤศจิกายน, 2010

วันนี้ได้มีโอกาสไปดูนิทรรศการดีๆ ที่จามจุรีสแควร์ ชื่อนิทรรศการเก๋ๆ ว่า “บทเรียนในความมืด : Dialogue in the Dark” Dialogue in the Dark เป็นนิทรรศการที่จัดขึ้นเพื่อความเข้าใจผู้พิการทางสายตา มีต้นกำเนิดที่เยอรมันโดยคุณแอนเดรียส ไฮเนกี้ นี่ก็เป็นโอกาสดีที่ได้มาจัดแสดงในเมืองไทย หมูแป้ง ได้บอกมาว่าเป็นนิทรรศการที่ไม่ควรสปอยล์ใดๆ ทั้งสิ้นเพื่อความสุขในการรับชม แต่ตามสไตล์พิไลพรรณแล้วขอบอกเล่าสักเล็กน้อย ; ) เป็นการเรียกน้ำย่อยแต่ยืนยันว่าไม่สปอยล์ส่วนสำคัญ ถ้าหากใครอยากได้รับอรรถรสแบบเต็มๆ ไปดูก่อนแล้วค่อยมาอ่านก็ดีนะ : ) Dialogue in the Dark มีอีกชื่อเก๋ๆ คือ “นิทรรศการที่มองไม่เห็น” ใช่แล้วค่ะ ! มันมองไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ ตลอดการชมนิทรรศการที่ใช้เวลาประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง เราจะได้พักสายตาในความมืด และหันมาใช้ประสาทสัมผัสอื่นๆ ในการรับรู้แทน แหม..เล่าแค่นี้ก็ดูน่าสนใจแล้วใช่มั้ยล่ะ ฉันตัดสินใจไปชมนิทรรศการคนเดียว ไม่มีเพื่อนพ้องน้องพี่ติดตามไปแต่อย่างใด นิทรรศการถูกจัดไว้เป็นรอบ ทุกๆ 15 นาที มีไกด์นำชมตลอดนิทรรศการ รอบที่ฉันไป มีคนเข้าชมเพียงสามคน [...]


Seize the day!

23พ.ย.10

หลังจากเฝ้ารอมานาน ฉันก็ได้ฤกษ์ขีดฆ่าหนังใน Wish list ไปอีกหนึ่งเรื่อง ในคาบ Innovative Thinking Class วันนี้ เรื่องที่ว่าเนี่ยก็คือเรื่อง Dead Poet Society อันลือเลื่อง หนังเรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1989 ตอนนั้นกวาดรางวัลไปเยอะแยะ และสร้าง impact ให้กับวัยรุ่นในอเมริกาไม่น้อยเลยทีเดียว. เชิญรับชมตัวอย่าง Dead Poet Society เป็นเรื่องของโรงเรียนชื่อดัง Wolton สถานที่ผลิตนักเรียนชั้นหัวกระทิ มีจารีตแบบแผนมายาวนาน นั่นทำให้กฎระเบียบที่นี่เคร่งครัด รวมทั้งวิธีการสอนก็คร่ำครึ จุดกำเนิดของเรื่องราวอยู่ครูวรรณกรรมคนใหม่ – คีตติ้ง (Keating) เค้ามีวิธีการสอนแบบใหม่ การจูงใจนักเรียนที่น่าทึ่ง จนเป็นแรงบันดาลใจ ให้นักเรียนกลุ่มนึงตั้งชมรมที่ชื่อว่า Dead Poet Society ขึ้นอย่างลับๆ “Carpe diem” — Seize the day บทเรียนแรกของครูคีตติ้งเริ่งด้วยวาทะเด็ดของเชคสเปียร์ ถ้าให้แปลเป็นไทยก็อาจจะแปลได้ว่า จงฉกฉวยวันเวลาเอาไว้ เพราะในที่สุดเราก็ต้องตายกลายเป็นซากให้หนอนแดก ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้หนอนแดกฟรีๆ [...]


จากการเรียน innovative thinking โดย อ.ธงชัย (@thongnet) หลายคาบที่ผ่านมารู้สึกได้ทำอะไรหลายอย่าง โดยเฉพาะคิดๆ เขียนๆ วาดๆ ก็สนุกดี : D แต่กิจกรรมคาบที่ผ่านมารู้สึกว่าเป็นกิจกรรมที่ชอบที่สุดตั้งแต่เริ่ม class คือกิจกรรม Personality Card (ชื่อนี้รึเปล่าไม่แน่ใจอ่ะ >,<) การละเล่นนี้มีอยู่ว่า เริ่มต้นอาจารย์จะแจกไพ่ให้แต่ละคน คนละ 5 ใบ เป็นไพ่พิเศษ ที่มีดอกเหมือนไพ่ป๊อก (จิก,หลาม, ใจ, โพธิ์) แต่ละใบแทนที่จะมีเลข ก็จะเป็นคุณลักษณะแทน  เช่น ชอบช่วยเหลือผู้อื่น, รู้หมดทุกอย่าง, ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง, ไม่มีระเบียบ ฯลฯ ขั้นต่อไป ให้เลือกไพ่ในมือขึ้นมา 1 ใบที่ไม่ตรงกับตัวเรามากที่สุดแล้วทำการแลกกับคนอื่น โดยมีข้อแม้ว่า ต่างคนต้องสมัครใจที่จะแลกกัน (พึงระลึกไว้เสมอว่าไพ่ในมือห้ามมีเกิน 5 ใบ) ขั้นที่ 3 ดูไพ่ที่มีในมือ มีใบไหนที่เรายังไม่ชอบบ้างนะ? ให้เอาไปแลกกับกองกลาง สุดท้าย ดูไพ่ที่อยู่ในมือ แล้วมาดูกันว่าไพ่บอกอะไรเราได้บ้าง [...]



Follow

Get every new post delivered to your Inbox.